น้ำใต้ดิน
น้ำใต้ดินคือน้ำที่กักเก็บอยู่ใต้ผิวโลกในช่องว่างและรอยแตกของดิน ทราย กรวด และหิน
หมายถึงอะไร
น้ำใต้ดินคือน้ำที่อยู่ใต้ผิวดิน มันอยู่ในช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเม็ดทรายและกรวด รอยแตกในหิน และรูพรุนที่เชื่อมต่อกันของชั้นหินอุ้มน้ำ แม้มองไม่เห็น แต่น้ำใต้ดินไม่ได้แยกขาดจากวัฏจักรน้ำส่วนอื่น
ไปอยู่ใต้ดินได้อย่างไร
ฝนและหิมะละลายบางส่วนไหลลงลำธาร บางส่วนระเหยหรือถูกพืชนำไปใช้ ส่วนที่เหลืออาจซึมลงผ่านดิน กระบวนการนี้เรียกว่าการซึมลงดิน เมื่อน้ำนั้นไปถึงวัสดุอิ่มตัวใต้ดิน ก็กลายเป็นน้ำใต้ดิน
ชั้นหินอุ้มน้ำและบ่อน้ำ
ชั้นหินอุ้มน้ำคือมวลหินหรือตะกอนที่สามารถกักเก็บและส่งผ่านน้ำใต้ดินในปริมาณที่ใช้ประโยชน์ได้ บ่อน้ำเข้าถึงชั้นหินอุ้มน้ำโดยสร้างทางให้น้ำถูกสูบขึ้นมา ชั้นหินอุ้มน้ำที่ให้ผลผลิตดีต้องมีทั้งพื้นที่กักเก็บและเส้นทางที่เชื่อมต่อกันให้น้ำไหล
ระดับน้ำใต้ดิน
ระดับน้ำใต้ดินคือผิวบนของเขตอิ่มตัวในชั้นหินอุ้มน้ำแบบไม่มีชั้นปิดทับ ระดับนี้อาจสูงขึ้นหลังช่วงเปียกชื้นและลดลงระหว่างภัยแล้งหรือการสูบน้ำหนัก ในบางพื้นที่อยู่ใกล้ผิวดิน ส่วนบางแห่งอาจลึกลงไปหลายร้อยฟุต
น้ำใต้ดินเคลื่อนที่
น้ำใต้ดินมักเคลื่อนที่ช้า ๆ จากพื้นที่เติมน้ำไปยังพื้นที่ระบายน้ำออก มันอาจหล่อเลี้ยงน้ำพุ ซึมเข้าสู่ลำธาร ไหลไปทางชายฝั่ง หรือคงอยู่ใต้ดินเป็นเวลานาน ทิศทางและความเร็วขึ้นอยู่กับแรงดัน ความลาดชัน ชนิดหิน และความซึมผ่านได้
ความเสี่ยงด้านคุณภาพ
เพราะน้ำใต้ดินเคลื่อนผ่านดินและหิน มลพิษบางชนิดอาจถูกกรองหรือเปลี่ยนรูปได้ แต่อีกหลายชนิดคงอยู่ได้ยาวนาน ถังรั่ว ระบบถังเกรอะ ปุ๋ย สารเคมีอุตสาหกรรม เกลือถนน การทำเหมือง และแร่ธาตุตามธรรมชาติ ล้วนส่งผลต่อคุณภาพน้ำใต้ดินได้
การสูบน้ำและการพร่อง
น้ำใต้ดินสนับสนุนน้ำดื่ม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และระบบนิเวศได้ แต่การสูบน้ำเร็วกว่าการเติมน้ำทำให้ระดับน้ำลดลง การพร่องระยะยาวอาจทำให้บ่อน้ำแห้ง ลดการไหลของลำธาร เพิ่มต้นทุนสูบน้ำ ทำให้น้ำเค็มรุกล้ำใกล้ชายฝั่ง หรือทำให้แผ่นดินทรุด
ทำไมจึงสำคัญ
น้ำใต้ดินถูกมองข้ามได้ง่ายจนกว่าบ่อน้ำจะมีน้ำน้อยหรือพบการปนเปื้อน การปกป้องน้ำใต้ดินต้องอาศัยความอดทน: ป้องกันมลพิษก่อนเข้าสู่ดิน ติดตามระดับน้ำ จัดการการสูบน้ำ และจำไว้ว่าน้ำผิวดินกับน้ำใต้ดินมักแลกเปลี่ยนน้ำกันไปมา